adnow

loading...

adsense

ผักบุ้งทะเล แก้พิษได้ ใช้ยามฉุกเฉิน

เมื่อไม่นานนี้เอง ผมได้มีโอกาศไปเที่ยวทะเล เวลาไปเที่ยวทะเลนอกจากหาดทรายสวยๆ น้ำใสๆแล้ว ก็นึกขึ้นมาได้ ว่าการลงเล่นน้ำ เราอาจต้องเพิ่มความระมัดวังนึดนึงหากต้องไปทักทายกับสัตว์โลกผู้น่ารักอย่าง แมงกะพรุนไฟเข้า
แมงกะพรุนไฟ
สัตว์จำพวกแมงกะพรุนไฟนั้น มีพิษที่เหล็กใน ซึ่งอยู่ที่บริเวณหนวดเส้นเล็ก ๆ และซึ่งจะปล่อยออกมาแทงผิวหนังของคน  ทำให้ปวดแสบปวดร้อนไปนาน ผิวหนังบริเวณนั้นจะบวมเป็นผื่นแดง  อาการมากน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละคน  ใครเจอเหตุการณ์แบบนี้กับตัว จะไปหายามาทาหรือพาไปหาหมอคงอาจต้องใช้เวลานานหน่อย แต่เราสามารถปฐมพยาบาลด้วย ตัวเองได้ ด้วยพืชสมุนไพรไทย ที่พบได้ง่ายบริเวณนั้น ใช่แล้วครับ พระเอกของเรื่องในวันนี้คือ ผักบุ้งทะเลนั่นเอง
มารู้จักกับผักบุ้งทะเล
ผักบุ้งทะเล เป็นพืชที่ขึ้นตามชายหาดชื่อทางวิทยาศาสตร์  lpomoea  pes-caprae (L.)R.br.
ชื่อโดยทั่วไป   ผักบุ้งทะเล หรือ Goat’s Foot Creeper ,  Beach Morning Glory
ชื่อวงศ์   convolvulaceae
ลักษณะของผักบุ้งทะเล
ส่วนลำต้น       เป็นไม้ล้มลุก เลื้อยไปตามพื้นทรายหรือพื้นดิน ชอบขึ้นพื้นที่ใกล้ทะเล หรือตามชายหาดต่างๆ ทั้งต้นมีน้ำยางสีขาว
ลักษณะใบ      เป็นใบเดี่ยว แผ่นใบจะกว้าง โคนใบจะเป็นรูปหัวใจ ปลายใบเว้าลึก
ลักษณะดอก   ดอกจะออกเป็นช่อ 5 ถึง 6 ดอก กลีบดอกสีชมพูอมม่วง กลีบดอกติดกันบานคล้ายปากแตร (ลักษณะคล้ายผักบุ้งนามาก) ดอกจะบานตอนเช้า บ่ายๆจะหุบและเหี่ยว
สรรพคุณด้านสมุนไพรไทยของผักบุ้งทะเล
  • ใช้แก้พิษแมงกระพรุนไฟได้ โดยหากถูกแมงกระพรุนไฟหากมีต้นผักบุ้งทะเลขึ้นแถวนั้นให้ใช้วิธีการดังนี้
  1. เมื่อถูกแมงกะพรุนไฟในตอนแรก ให้ใช้ทรายที่หาดนั้นถูบนผิวหนังเบาๆ เพื่อขัดเอาน้ำเมือก ๆ จากตัวแมงกะพรุนไฟบนผิวหนังออกล้างด้วยน้ำทะเล ห้ามใช้น้ำจืด
  2. ให้ใช้ขยำต้นและใบผักบุ้งทะเลให้ได้วุ้นลื่นๆ (ขยี้เหมือนเราซักผ้านั่นแหละ) แล้วนำมาพอกแผล  เหตุที่ผักบุ้งทะเลมีฤทธิ์เป็นสมุนไพรในการรักษาพิษแมงกระพรุนไฟได้เนื่องจาก ในใบผักบุ้งทะเลมีสาร โวลาไทน์ เอสเตอร์ (Volatile Ester) สามรถลดอาการปวดอักเสบ ปวดแสบปวดร้อนจากพิษแมงกระพรุนได้ นอกจากนั้นยังมีสารแอินตี้ ฮิสตามีน(antihistamine) สามรถต้านอาการแพ้ได้อีกด้วย
  3. หากอาการยังไม่บรรเทา เช่นปวดมากควรทานยาแก้ปวด และควรนำส่งโรงพยาบาล
  • นอกจากแก้พิษของแมงกระพรุนไฟแล้วนั้น ผักบุ้งทะเลยังสามรถแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยได้อีกด้วย
ไปเที่ยวทะเลครั้งใด อย่าลืมนึกถึงผักบุ้งทะเลกันนะครับ

พริก หกคุณค่าในหนึ่งเดียว

คนที่ชอบทานอาหารรสจัดหน่อยก็คงชอบ ภายในรสเผ็ดร้อนของมันนั้น มีคุณค่าของสมุนไพรไทย แฝงอยู่ถึงหกประการด้วยกัน
พริก สมุนไพรไทยพริกขี้หนู (cayenne pepper)
พริกชี้ฟ้า (chili Spur pepper)
พริกหยวก (red-pepper หรือ sweet pepper)
พริกเป็นอาหารสมุนไพรที่ใช้กับทุกครัวเรือน ท่านทราบหรือไม่ว่าพริกนั้นมีคุณค่าทางอาหารและคุณค่าทางยาที่วิเศษชนิดหนึ่ง พริกที่เรานำมาปรุงเป็นอาหารจะใช้ทั้ง พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า และพริกหยวก
ในพริกมีสาร capsaicin ซึ่งมีมากในไส้พริก เป็นสารที่มีรสเผ็ด นอกจากนี้ยังมีสาร carotenoid วิตามินซี วิตามินเอ ไขมัน  และ โปรตีน
สรรพคุณ
1. พริกช่วยขับเสมหะ ช่วยให้ทางเดินหายใจโล่ง สารแคปไซซินช่วยลดความไวของปอด ต่อการเกิดอาการต่างๆ  เช่น การบวมของเซลล์หลอดลมใหญ่และเล็ก ลดการหดเกร็งเนื้อรอบหลอดลม พริกเผ็ดจึงเป็นประโยชน์ต่อคนที่เป็นหอบหืด เมื่อเราลองกินพริกที่รสเผ็ดๆ น้ำตา น้ำมูกไหล ซึ่งอธิบายได้ว่า พริกช่วยให้เสมหะที่ข้นเหนียว เจือจางลง ร่างกายจะขับเสมหะออกจากหลอดลมได้ง่ายขึ้น
2.  ช่วยสลายลิ่มเลือด  มีรายงานการวิจัย   นายแพทย์สุคนธ์   วิสุทธิพันธ์และคณะ จากศิริราชพยาบาล ได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบ 2 กลุ่มคือคนที่ได้รับพริก และไม่ได้รับพริกในอาหาร ผลการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับพริกจะมีการทำงานของร่างกายเพื่อสลายลิ่มเลือดได้เร็วกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับพริก แต่หลังจากกินพริกแล้วครึ่งชั่วโมง ความสามารถในการสลายลิ่มเลือดจะกลับคืนสู่ปกติ และยังมีการศึกษาวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ของชาวอินเดีย เปรียบเทียบชาวไทยกับชาวอเมริกันที่อาศัยในไทยแต่ไม่รับประทานพริก พบว่าคนอเมริกันมี fribrinogen ในเลือดสูง และเลือดมีโอกาสจะจับตัวเป็นลิ่ม และนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจได้ง่ายกว่า ดังนั้นผลดีที่คนไทยใช้พริกประกอบอาหาร โอกาสจะเกิดโรคหัวใจจึงมีน้อยกว่า
3. บรรเทาอาการปวด เช่น ลดอาการปวดฟัน สารแคปไซซิน  ออกฤทธิ์ต่อเซลประสาทโดยชะลอการหลั่งของ neurotransmitter ที่ปลายประสาท substance P ส่งผลให้สมองส่วนกลางรับรู้การเจ็บปวดช้าลง
4. พริกช่วยกระตุ้นสมองส่วนกลางให้หลั่งสารเอ็นดอร์พิน (endorphins) ซึ่งเป็นสารสร้างความสุข เมื่อรับประทานพริกจะเกิดความสุขและเป็นส่วนหนึ่งทำให้อยากเพิ่มขนาดพริกในอาหารขึ้นเรื่อยๆ สารเอ็นดอร์พินมีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน คือ การออกฤทธิ์ทำให้เกิดการผ่อนคลาย ทำให้อยากหลับ (opiates) ซึ่งนั้นก็ให้เกิดความสุขแก่ตัวเราและทำให้ความดันโลหิตลดลง
5. พริกจะช่วยกระตุ้นให้อยากอาหาร
6.พริกช่วยป้องกันโรคมะเร็ง เนื่องจากในพริกมีทั้งวิตามิน เอ ซี และโปรตีน
ข้อควรระวัง
แม้ว่าพริกจะมีสรรพคุณนานัปการอย่างที่กล่าวแล้ว แต่ท่านต้องใช้อย่างระมัดระวัง ไม่ควรรับประทานรสเผ็ดจัด และในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เป็นแผลในกระเพาะอาหาร หรือหลอดอาหาร ไม่ควรรับประทานพริกมาก เพราะอาการเจ็บป่วยของท่านอาจเป็นมากขึ้น ไม่ควรทานเผ็ดในช่วงท้องว่าง ควรปรุงเป็นอาหาร ไม่ควรเคี้ยวพริกสด ๆ  เพราะอาจจะเกิดการระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร อาจจะทำให้ท่านเป็นแผลเรื้อรังและกลายเป็นมะเร็งได้